ผู้เขียน หัวข้อ: วิธีการพิจารณาโฮมเธียเตอร์เพื่อให้มือใหม่  (อ่าน 10 ครั้ง)

skyzy.z88

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4453
    • ดูรายละเอียด
วิธีทรรศนะโฮมเธียเตอร์เพราะว่ามือใหม่

เชื่อว่าหลายๆคนอยุ่งยากจะมีชุดโฮมเธียเตอร์ที่มีศักยภาพสักชุดหนึ่งเอาไว้เพิ่มอรรถรสในการเพ่งหนัง ฟังเสียหยุดยั้งนตรี เพื่อการพักผ่อนที่ดียิ่งขึ้น เท่านั้นดันต้องมาเจอปมปัญหาที่คาดไม่ถึงว่า สเปคเครื่อง รีซีฟเวอร์ ระบบลำโพงแบบ 5.1 แชนแนลพร้อมกับซับวูฟเฟอร์ รวมไปถึงยังเจอเจ้าหน้าที่ขายที่มานะจะยัดเยียดสายสืบสัญญาณดิจิตอล ทั้งๆที่เป็นแบบใยแก้งนำแสง หรือตระกูลโคแอ็กเชียล เพราะฉะนี้วันนี้เราจะมาแนะนำด้วยว่ามือใหม่ที่กำลังคิดว่าจะเจาะจงเลือกรีซีฟเวอร์อย่างไร ลำโพงอะไร จะซื้อเครื่องที่มาเป็นเซตดี หรือเปล่า

รีซีฟเวอร์ (Receiver) คือเกศใจหลักของระบบเสียงโฮมเธียเตอร์ก็ว่าได้ ด้วยเหตุว่ารีซีฟเวอร์ทำหน้าที่เป็นทั้งจูนเนอร์ หรือเครื่องรับสัญญาณจากมุมมองวิทยุ, เป็นอินติเกรตแอมป์ เพื่อขยายเสียงสัญญาณที่มาจากเครื่องเล่นดีวีดี หรือรับมาจากกล่องสัญญาณเคเบิ้ลทีวีกับทำหน้าที่แปลงสัญญาณที่ส่งมาทั้งระบบดิจิตอลพร้อมทั้งอานาล็อก โดยจะอ่านสัญญาณแบ่งออกเป็น 5.1 แชนแนล หรือมากกว่านั้นบางรุ่นอาจจะจะเป็น 7.1 แชนแนล เพื่อขับลำโพง ได้แก่

ลำโพงเซ็นเตอร์ (Center) ใช้เพื่อขับเสียงกลาง หรือเสียงพูด ซึ่งการทรรศนะหนังนั้นลำโพงเซ็นเตอร์จะทำหน้าที่มากหนักหนานั่นเอง ลำโพโฮมเธียเตอร์งด้านหน้าซ้ายด้วยกันขวา (Front) พร้อมด้วยลำโพง Surround เป็นลำโพงเพื่อแยกมิติเสียง กับสนับสนุนให้การสร้างเอฟเฟคให้มีการสมจริงมากยิ่งขึ้น

ลำโพงทั้งสิ้นใจนี้นั้นควรจะเป็นแบรนด์เดียวกันกับรุ่นเดียวกัน ด้วยเหตุว่าว่าจะทำเอาเสียงที่ได้ออกมากลมกลืนกันทั้งระบบซึ่งปัจจุบันนี้ บริษัทผู้จำหน่ายนั้นจะขายเป็นแบบเซตอยู่แล้ว ส่วนมูลค่านั้นก็มีให้เลือกตั้งแค่นั้นระดับถูกไปจนถึงแพงมากๆ อยู่ที่เราอลำบากได้เสียงที่ดีเยี่ยม หรือเสียงที่ธรรมดาพอฟังได้

ในสมัยปัจจุบันรีซีฟเวอร์มีการพัฒนาที่ล่าช้ากว่าแอมปลิฟลายเออร์เพื่อจะฟังเพลงที่มีให้เจาะจงเลือกมากกว่าพร้อมทั้งดีไซน์วงจรที่มีความหลากหลายกว่า ตั้งเพียงนั้นโฮมเธียเตอร์เกิดขึ้นมาในตลาด Home Use ระบบโฮมเธียเตอร์นั้นยังคงเน้นในการผลิตให้กับกลุ่ม Mid-end จนไม่สมรรถพัฒนาศักยภาพของรีซีฟเวอร์ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้นได้ ปัจจุบันนี้ผู้ผลิตก็ยังมุ่งหวังเน้นไปพัฒนาเรื่องกะทัดรัดๆน้อยๆจนทำไมได้เข้ามาปรับปรุงเรื่องระบบเสียงให้ดียิ่งขึ้น

>> การถอดรหัสเสียง

ส่วนระบบถอดรหัสเสียง เช่น Dolby Digital, Dolby Pro-Logic, DTS รวมไปถึง THX มักจะเป็นเหตุให้คนซื้อสับสนว่ามันคืออะไรบ้างและจำเป็นแค่ไหน ระบบถอดรหัสเสียงของ Dolby เห็นเท่าเทียมจะครองตลาดเครื่องเสียงโฮมเธียเตอร์ มันเป็นได้ทำหน้าที่แยกเสียงที่ถูกบันทึกมาจากแผ่น DVD ให้ถูกต้องสูงสุด จากซ้ายไปขวา จากเซอร์ราวด์ไปเซ็นเตอร์ เครื่องที่ติด Label พวกนี้ก็รอบรู้ทำงานกับแผ่นที่บันทึกมาในระบบนั้นๆซึ่งรีซีฟเวอร์ส่วนใหญ่จะมีระบบถอดรหัสแทบจะทุกตัว ส่วน Label THX ที่คนส่วนมากคิดว่ามันคือระบบเสียงเฉพาะมันไม่ใช่เช่นนั้น รีซีฟเวอร์ที่อาจจะติด Label THX ได้นั้นจะต้องนำเครื่องไปให้ THX ตรวจว่าเครื่องตรานี้ ทะลุหลักเกณฑ์ THX ไม่ก็ เกณฑ์ที่ว่าเช่นกำลังขับ การตอบสนองความถี่ พร้อมทั้งความเที่ยงตรงของเสียง ต้องอยู่ระดับไหนถึงจะใช้เกณฑ์ THX ได้ ส่วนการถอดรหัสเสียงระบบ Dolby หรือ DTS เป็นตัวทำหน้าที่นั่นเอง

>> วัตต์สำคัญ? แล้วสักเท่าไหร่ถึงจะดี

แม้จะถามว่ากำลังขับเสียงสักเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับเรา คิดว่า 70–100 วัตต์น่าจะพอเพื่อให้ห้องรับแขก หรือห้องที่ไม่ใหญ่มากนัก อย่างเดียวเหนือสิ่งอื่นใจ คือรีซีฟเวอร์จะต้องมีกำลังสำรองพอสมควร โฮมเธียเตอร์ซึ่งผู้ซื้อสมควรหาสเปกมาทำความรู้ดำเนินการน ส่วนช่องสัญญาณผิดแผกแตกต่างๆต้องมีอย่างครบถ้วน ตั้งอย่างเดียวช่องรับสัญญาณดิจิตอลใยแก้วนำแสง ช่องนำสัญญาณแบบ Coaxial ช่องต่ออานาล็อก ช่องเสียบประเภทลำโพงต้องมีความจุที่ใหญ่พอราวๆ กับถิ่นที่พอจะเสียบพวกลำโพงเส้นใหญ่ๆได้

>> สายสืบอุปกรณ์จำเป็นในระบบโฮมเธียเตอร์

เมื่อเราคิดที่จะเปลี่ยนช้าจากกลุ่มที่ผู้จำหน่ายเขาแถมมาให้เรา เราก็ต้องศึกษาเรื่องราวมูลแหวกแนวๆลงมือนซื้อ ว่าระบบโฮมเธียเตอร์นั้นประสงค์ทางอะไรบ้าง ส่วนมากบุคลากรจะแนะนำดิจิตอลแบบ Optical ซึ่งจำนวนมากแล้วจะเป็นของที่ทำจากจีน จริงอยู่ว่าสปาย Optical ถ้ามีคุณภาพสูงราคาก็จะสูงขึ้นตาม อย่างเดียวถึงอย่างนั้นไส้ศึก Optical เมื่อเทียบกับพวก Coaxial แล้วล่าช้า Optical จะให้รายละเอียดได้ดีใช้ได้ แค่นั้นว่าด้วยเรื่องเสียงนั้นจะออกไปทางแข็งกระด้างมากกว่า Coaxial นั้นจะให้เสียงไปทางที่อ่อนหวานน่าฟังมากกว่า ส่วนนี้ก็อยู่ที่ความชื่นชมส่วนบุคคลนะครับ
 
คำค้นหาที่เกี่ยวข้อง : โฮมเธียเตอร์ aj

Tags : โฮมเธียเตอร์ jbl